“โกเกอแล็ง”กับความทรงจำที่ดี

ท่ามกลางดีลซื้อขายที่เรียกเสียงฮือฮาและน่าสนใจในตลาดหน้าหนาวหนี้ทั้ง ฟิลิปป์ คูตินโญ่, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, รอสส์ บาร์คลี่ย์ ฯลฯ อีกหนึ่งคนที่เปลี่ยนสีเสื้อแต่เป็นไปในแบบเรียบง่ายคือ ฟร็องซิส โกเกอแล็ง

โกเกอแล็ง ย้ายออกจากอาร์เซน่อลไปร่วมทีมบาเลนเซียในลา  ลีกา สเปนด้วยค่าตัว 12 ล้านปอนด์ ยุติช่วงเวลากับปืนใหญ่เอาไว้ที่ 9 ปีครึ่ง

 

หากไม่นับ ธีโอ วัลค็อตต์ ที่อยู่กับทีมมาตั้งแต่ปี 2006 แล้ว โกเกอแล็ง คือคนที่อยู่ในทีมอาร์เซน่อลชุดนี้ “นานที่สุด”นานมากพอที่จะเห็นทั้งช่วงที่ “ดี” และ “แย่” ทั้งของตัวเองและสโมสร

 

โกเกอแล็ง ย้ายจากสต๊าด ลาวัลลัวส์ มาร่วมทีมดังแห่งกรุงลอนดอนตอนเหนือในซัมเมอร์ 2008 ขณะอายุเพียง 17 ปีหลังโชว์ฟอร์มเข้าตา ชิลด์ กริม็องดี้ อดีตแข้งปืนที่ผันตัวเป็นแมวมอง ก่อนได้ประเดิมสนามในเกมลีก คัพ ที่ปืนใหญ่ยิงสลุตชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด 6-0 ต้นฤดูกาล 2008-09  ในช่วง 2 ฤดูกาลแรก โกเกอแล็ง ไม่ได้ลงเล่นเกมลีกแม้แต่นัดเดียว โอกาสส่วนใหญ่อยู่ที่บอลถ้วยลีก คัพ นั่นทำให้ฤดูกาล 2010-11 อาร์แซน เวนเกอร์ จึงเลือกปล่อยกลับฝรั่งเศสให้ ลอริยองต์ ยืมใช้งาน

 

พอจบสัญญายืมตัวกลับมา โกเกอแล็ง ได้โอกาสลงตัวจริงสัมผัสเกมพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในแมตช์สำคัญเลยนั่นคือการไปเยือนโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ของแมนฯ ยูไนเต็ด ตอนนั้น เวนเกอร์ มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บหลายคนทำให้ต้องส่ง โกเกอแล็ง ในวัย 20 ลงสนามซึ่งถือว่าเสี่ยงเอาเรื่องกับการลงเล่นเกมใหญ่แบบนี้

 

ปรากฏว่าเกมแรกในพรีเมียร์ลีกของ โกเกอแล็ง จบลงอย่างบอบเมื่อปีศาจแดงไล่ยำปืนใหญ่จนกลายเป็นปืนแตกในสกอร์ 8-2  มันคือการเริ่มต้นที่เลวร้ายที่สุดเกินกว่าใครหลายคนจะคาดเดาได้ อาร์กม็องด์ ตราโอเร่ อีกหนึ่งแข้งดาวรุ่งที่ลงสนามวันนั้นหมดอนาคตในทีมไปเลยเมื่อไม่ถูกส่งลงสนามอีกก่อนย้ายออกไปในที่สุด  SBOBET

 

โกเกอแล็ง ไม่ถึงกับหายไปกับสายลมเหมือนเพื่อนร่วมชาติอย่าง ตราโอเร่ แต่ก็ลงสนามราวกับว่าอยู่ในครบ 11 คนเพราะไม่มีอะไรเป็นที่จดจำเลย  เทียบกับกองกลางตัวรับในอดีตอย่าง ปาทริค วิเอร่า, เอ็มมานูเอล เปอตีต์ และ กิลแบร์โต้ ซิลวา แล้วถือว่าห่างไกลคนละชั้น แถมยังมีชื่อเรียกยากชนิดที่ว่าแฟนบอลอังกฤษ 5 คนออกเสียงไม่เหมือนกัน

 

 ทว่าจุดเปลี่ยนในชีวิตเกิดขึ้นเมื่อผู้เล่นกองกลางชุดใหญ่ของอาร์เซน่อลทั้ง มิเคล อาร์เตต้า และ อารอน แรมซี่ย์ บาดเจ็บยาว ทำให้เวนเกอร์ต้องเรียกตัว โกเกอแล็ง กลับก่อนกำหนดเพื่อเป็นอะไหล่  ตอนแรก แข้งจากแดนน้ำหอมไม่อยากกลับมาด้วยซ้ำเพราะคิดอยู่แล้วว่าคงไม่ได้โอกาสลงเล่นเหมือนเดิม อาร์เตต้า กับ แรมซี่ย์ เดี้ยงอยู่ก็จริง เวนเกอร์ ก็ยังมีตัวเลือกอื่นอย่าง มาติเยอ ฟลามินี่, แจ็ค วิลเชียร์ รวมไปถึง อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ที่เคยถูกโยกมาเล่นตัวกลางในหลายนัด  และช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเจ้าตัวเริ่มต้นตรงนี้

 

อาร์เซน่อล ทำผลงานช่วงครึ่งฤดูกาลหลังดีขึ้นผิดหูผิดตา เป็นทีมที่เก็บคะแนนได้มากที่สุดในลีก (42 คะแนน) ซึ่งก็มีที่มาจากหลากหลายปัจจัย  เวนเกอร์ ปรับแท็กติกการเล่นให้ยืนหยุ่นมากยึ้น รู้จักตั้งรับแล้วโต้กลับ ไม่ใช่เปิดหน้าลุยตั้งแต่นาทีแรก ตัวรุกคุณภาพทั้ง อเล็กซิส ซานเชซ, เมซุต โอซิล และ ซานติ กาซอร์ล่า เล่นร่วมกันอย่างเข้าขารู้ใจ

 

แต่สิ่งที่สร้างแรงกระเพื่อมได้มากที่สุดคือ การกลับมาของ ฟร็องซิส โกเกอแล็ง ที่เหมือนเป็นคนละคนกับช่วงเวลาหกปีกว่าก่อนหน้านี้ แนวทางการเล่นของกองกลางผิวสีที่ เธียร์รี่ อองรี มอบฉายาให้ว่า “Columbo” คือสิ่งที่อาร์เซน่อลขาดหายไปนานนับตั้งแต่ ปาทริค วิเอร่า จากทีมไปก็ว่าได้ และเป็นสิ่งที่เวนเกอร์มองข้ามความสำคัญมาตลอด

 

อาร์เซน่อลต้องการผู้เล่นที่ทำหน้าที่ปัดกวาดและป้องกันแนวรุกคู่แข่งก่อนจะถึงแผงแบ็กโฟร์ ไม่มีทิ้งหน้าที่ของตัวเองจนหลุดตำแหน่ง ทำในทุกอย่างเพื่อลดความอันตรายของเกมรุกคู่แข่งให้เหลือน้อยที่สุด อาร์เตต้า และ ฟลามินี่ ยังไม่ใช่คำตอบในตำแหน่งนี้ โดยเฉพาะจังหวะโต้กลับของคู่แข่งที่ลงไม่เคยทัน และทำให้อาร์เซน่อลเสียท่าบ่อยครั้ง

 

ฟอร์มของโกเกอแล็งในครึ่งซีซั่นหลังคือเรื่องสุดเซอร์ไพรส์แห่งฤดูกาล ไม่มีอะไรที่น่าเหลือเชื่อกว่านี้อีกแล้ว และน่าเแปลกใจไปกันใหญ่ที่ก่อนหน้านี้ไม่มีวี่แววว่าจะกลายมาเป็นจิกซอว์สำคัญของทีมได้เลย “ก็อก” คือหัวใจในแดนกลางของอาร์เซน่อลอย่างแท้จริง เป็นนักเตะที่พร้อมทำทุกอย่างเพื่อช่วยเกมรับ และทำให้ตัวรุกสามารถทำเกมได้อย่างมีอิสระ ไม่ต้องพะวงกับหลังบ้านมากนัก พนันออนไลน์

 

นับตั้งแต่ที่โกเกอแล็งกลับมาจากชาร์ลตัน เจ้าตัวมีสถิติการตัดบอลและเปอร์เซ็นต์ชนะในการดวลหนึ่งต่อหนึ่งมากที่สุดในลีก และเป็นอันดับ 2 ในการเข้าแทกเกิ้ล น้อยกว่า ปาโบล ซาบาเลต้า ของแมนฯ ซิตี้ แค่เพียง 4 ครั้ง สิ่งที่โกเกอแล็งทำได้ดีมากคือการกะจังหวะเข้าแย่งบอล หรือเสียบสกัดที่แม่นยำเด็ดขาด และไม่ใช่การทำฟาวล์พร่ำเพรื่อเหมือนกองกลางตัวรับทั่วไป เขาเสียฟาวล์เฉลี่ยแค่ 1.4 ครั้งต่อนัด ซึ่งถือว่าน้อยมากกับการเล่นตำแหน่งนี้

 

ตำแหน่งการยืนของโกเกอแล็งดูเหมือนว่าอยู่ถูกที่ถูกเวลาตลอด ไปในทุกที่ที่เกมรุกคู่แข่งบุกขึ้นมา รู้จักเหลี่ยมในการเข้าบอลให้ได้เปรียบ ไม่ต้องออกแรงมากแต่แย่งบอลได้บ่อยครั้ง และปล่อยบอลให้เพื่อนเล่นต่อได้ทันที ไม่มีฝืนลากไปเองจนเสียบอล  เล่นง่ายๆ ตัดบอลได้ก็ออกบอลทันที ไม่ต้องอะไรมาก และเมื่อเข้าคู่กับ ซานติ กาซอร์ล่า ประสิทธิภาพเลยเต็มเปี่ยมขีดสุด

 

  แม้รูปร่างจะไม่สูงใหญ่ซึ่งจำเป็นไม่น้อยสำหรับตำแหน่งนี้ แต่มีความฉลาดในการเข้าแย่งบอล และมีสปริงข้อเท้าที่ดีมาก นั่นทำให้หลายครั้งเทกตัวโหม่งได้สูงกว่าคนอื่น และพุ่งเสียบสกัดได้รวดเร็ว เรียกได้ว่าทะยานไปทั้งตัวแต่ลุกขึ้นลุยต่อได้ทันที

 

สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าตำแหน่งกองกลางตัวรับที่ทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องสำคัญต่อชัยชนะของทีมมากแค่ไหน ซึ่ง ฟร็องซิส โกเกอแล็ง ก็คือคนที่เข้ามาเติมเต็มในส่วนนี้ได้อย่าง “คาดไม่ถึง”

 

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของ ฟร็องซิส โกเกอแล็ง อาจกินเวลาไม่ถึงหนึ่งปี ถ้ามองเป็นสัดส่วนก็แน่นอนว่าย่อมน้อยกว่าช่วงเวลาแย่ๆ ที่มีอยู่มากมาย แต่อย่างน้อย โกเกอแล็ง ก็ได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างสุดความสามารถ และไปถึงระดับสูงสุดของการเล่น  ไม่มีอะไรให้ต้องเสียใจ และหลายคนที่มีโอกาสรวมถึงเวลามากกว่านี้ด้วยซ้ำ

 

โชคดีกับทีมใหม่ “โกเกอแล็ง”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *